ผู้เขียน หัวข้อ: ข้อควรระวัง ! การให้อาหารสายยาง  (อ่าน 11 ครั้ง)

siritidaphon

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 702
  • เว็บลงโฆษณาฟรี ประกาศขายสินค้าออนไลน์ ซื้อขายแลกเปลี่ยน
    • ดูรายละเอียด
ข้อควรระวัง ! การให้อาหารสายยาง
« เมื่อ: วันที่ 7 เมษายน 2026, 20:11:28 น. »
ข้อควรระวัง ! การให้อาหารสายยาง

การให้อาหารทางสายยางมีความละเอียดอ่อนสูงมาก เพราะหากทำผิดขั้นตอนเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ป่วยได้ทันที นี่คือ "ข้อควรระวังวิกฤต" ที่ผู้ดูแลต้องยึดถือเป็นกฎเหล็กครับ

1. ระวังเรื่อง "ตำแหน่งสายยาง" (Positioning)

ก่อนให้อาหารทุกมื้อ ต้องเช็กว่าสายไม่อยู่ในปอด

ตรวจสอบขีดเครื่องหมาย: ดูว่าขีดที่ทำไว้ตรงจมูกเลื่อนออกมาหรือไม่ หากสายเลื่อนออกมามาก ห้ามให้อาหารเด็ดขาด เพราะสายอาจหลุดไปอยู่ที่หลอดลม

ทดสอบเบื้องต้น: ใช้ไซริงค์ดูดดูของเหลวในกระเพาะ ถ้าดูดได้ของเหลวที่มีสีคล้ายอาหารมื้อก่อนหรือมีลักษณะเป็นน้ำย่อย แสดงว่าสายยังอยู่ในกระเพาะอาหาร


2. ระวังเรื่อง "ท่าทางของผู้ป่วย" (Aspiration Prevention)

การสำลักอาหารลงปอดเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตในผู้ป่วยกลุ่มนี้

ขณะให้: ต้องยกหัวเตียงสูงอย่างน้อย 30-45 องศา (ท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน)

หลังให้: ห้ามนอนราบทันที ต้องคงท่าหัวสูงไว้ต่ออย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อป้องกันอาหารขย้อนและกรดไหลย้อน


3. ระวังเรื่อง "อากาศเข้าท้อง" (Air in Stomach)

ลมที่เข้าไปในกระเพาะมากเกินไปจะทำให้ผู้ป่วยแน่นท้อง ท้องอืด และอาเจียนได้

การพับสาย: ทุกครั้งที่เปิดจุกสายยาง หรือเปลี่ยนไซริงค์อันใหม่ ต้องใช้นิ้วพับสายยางให้แน่นเสมอ เพื่อไม่ให้อากาศภายนอกถูกดูดเข้าไปในกระเพาะ


4. ระวังเรื่อง "ความสะอาดและความสด" (Hygiene & Freshness)

กฎ 24 ชั่วโมง: อาหารปั่นต้องใช้ให้หมดภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากปรุงเสร็จ และต้องแช่เย็นตลอดเวลา

อุณหภูมิอาหาร: ห้ามให้卧าหารขณะที่เย็นจัดจากตู้เย็น เพราะจะทำให้ลำไส้บีบตัวผิดปกติและท้องเสีย ควรวางพักให้ได้อุณหภูมิห้องก่อน

การลวกอุปกรณ์: ไซริงค์และภาชนะบรรจุอาหารควรลวกน้ำร้อนทุกครั้งก่อนใช้งาน


5. ระวังเรื่อง "ความเร็วและแรงดัน" (Infusion Rate)

อย่าบีบดัน: ควรปล่อยให้อาหารไหลลงตามแรงโน้มถ่วงช้าๆ โดยเฉลี่ยควรใช้เวลา 15-20 นาทีต่อมื้อ

ความสูงของไซริงค์: ไม่ควรยกไซริงค์สูงเกิน 1 ฟุตจากหน้าท้องผู้ป่วย เพราะแรงดันที่มากไปจะทำให้ผู้ป่วยจุกและอาเจียนได้


6. ระวังเรื่อง "สายยางอุดตัน" (Tube Patency)

การล้างสาย (Flush): ต้องล้างสายด้วยน้ำต้มสุกสะอาด 30-50 cc ทั้งก่อนและหลัง การให้อาหารหรือยาทุกครั้ง

การบดยา: ต้องบดยาให้ละเอียดเป็นฝุ่นละอองและละลายน้ำให้หมดก่อนให้ ห้ามผสมยาลงในอาหารปั่นโดยตรง


7. ระวังเรื่อง "ความผิดปกติของร่างกาย" (Warning Signs)

หากพบอาการเหล่านี้ระหว่างให้อาหาร ให้ หยุดทันที และปรึกษาแพทย์:

ผู้ป่วยมีอาการไอ หน้าเขียว หรือหายใจลำบาก (สัญญาณการสำลัก)

อาเจียนหรือขย้อนอาหารออกมาทางปาก/จมูก

ท้องอืดตึงมาก หรือดูดเช็กอาหารค้างได้เกิน 100 cc

ถ่ายเหลวผิดปกติเกิน 3-5 ครั้งต่อวัน


สรุปเคล็ดลับ: ความใจเย็นและความช่างสังเกตคือหัวใจสำคัญครับ หากคุณทำตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด จะช่วยลดความเสี่ยงแทรกซ้อนและทำให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่ครับ