แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 16
1
ซอสโบโลเนสเนื้อ Bolognese Sauce อาหารพร้อมทาน

รายละเอียดสินค้า
อาหารพร้อมทาน ซอสโบโลเนสเนื้อ หอมอร่อย เนื้อเต็มๆ
ซีกซองสามารถทานได้เลย ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ
ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อโดยใช้ความร้อนสูง และบรรจุในถุงอลูมิเนียม
เพื่อรักษาคุณภาพและความสดอร่อย โดยสามารถเก็บที่อุณหภูมิห้อง
ไม่จําเป็นต้องแช่เย็นเก้บได้นานถึง 18 เดือน

ขนาด 180 กรัม น้ำหนักเนื้อ 140 กรัม

บรรจุภัณฑ์ไม่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ ( This packaging is not suitable for microwave use. )
อย 10-1-01554-5-0144
ฮาลาล
 
ช่องทางการสั่งซื้อ
 
เบอร์ : 02-398-5600 , 063-207-6926
Line : https://lin.ee/YWCEYud
page : https://www.facebook.com/BYSNFOOD
Shopee : https://shopee.co.th/sn.foods


2
Dseelin มีสารอาหารครบ 5 หมู่ และมีโปรตีนสูง สามารถใช้ได้กับบุคคลทั่วไปที่ไม่มีมีโรคประจำตัว สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวต้องนำสูตรไปปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพของท่าน

ใครทาน D.seelin ได้บ้าง
 ผู้สูงอายุ
 ผู้ป่วยที่ให้อาหารทางสายให้อาหาร
 ผู้มีปัญหาการเคี้ยว เช่น ทำศัลยกรรม
 เด็กที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป

อาหารปั่นผสมพร้อมทาน D.seelin
1 ซองให้คุณค่าทางโภชนาการเทียบเท่าอาหาร 1 มื้อ
 โปรตีนสูงจากเนื้ออกไก่
 วัตถุดิบสดมีคุณภาพ
 สารอาหารครบถ้วน 5 หมู่

ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร : มีไข่ มีผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง
การเก็บรักษา : สามารถเก็บไว้โดยไม่ต้องแช่เย็นควรเก็บในสภาวะแห้งและเย็น

วิธีการรับประทาน มีทั้งหมด 3 วิธี

1.ฉีกซองทานได้ทันที
2.แช่ซองในน้ำอุ่น อุณหภูมิ 90-100 C เวลา 1-2 นาที
3.อุ่นด้วยไมโครเวฟ ความร้อน 800 วัตต์ ( 1 นาที ) / 1300 วัตต์ ( 0.45 ) นาที

*บรรจุภัณฑ์นี้ไม่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ ต้องเทใส่ภาชนะก่อนนำมาอุ่นในไมโครเวฟ*


ข้อแนะนำในการใช้

- เขย่าถุงอาหารให้เป็นเนื้อเดียวกันก่อนรับประทาน
- หลังเปิดซองควรรับประทานให้หมดในครั้งเดียว
- อาจมีการตกตะกอน เนื่องจากมีส่วนประกอบจากธรรมชาติ

อายุของอาหารเก็บได้ 1 ปี

ขนาดบรรจุ 300 กรัม

เลข ( อย ) : 10-1-01554-5-0127

1 ซอง ราคา 95บาท (ชดเชยอาหารครบถ้วนใน 1มื้อ)
6 ซอง ราคา 570 บาท
28 ซอง ราคา 2,660 บาท

 ช่องทางการสั่งซื้อ
 Inbox page : https://web.facebook.com/dseelin
 Line : @dseelin / https://lin.ee/gOiFMa4
 เบอร์ : 085-676-2222
 พิกัด : https://shopee.co.th/dseelin_official


3
คอร์สหมูฉ่ำนัว หมูคั่วสูตรลับ "จับเงินแสน" 💰

เปลี่ยนครัวที่บ้านให้ทำเงินได้ง่าย! ด้วยสูตรลับ 10 ปี ที่หากินไม่ได้ตามท้องตลาด!
คุณเบื่อไหม? กับการทำอาหารยุ่งยาก เสียเวลา แต่ขายไม่ดี ไม่มีกำไร❌
มาเปลี่ยนวิธีคิดและการลงมือทำที่ง่ายๆเริ่มได้เลย!  ด้วยสูตรหมูคั่วที่ “ครูแมกซ์” คิดค้นและทำเงินมานานกว่า 10 ปี!

🔥 ทำไมคอร์สนี้ถึงต่างจากที่อื่น?
✅ เครื่องปรุงน้อย ต้นทุนต่ำ กำไรสูง
✅ ไม่ต้องหมักข้ามคืน ประหยัดเวลา
✅ คลุกปุ๊บ! ทอดปั๊บ! ขายได้ทันที
✅ รสชาติเด็ด ยิ่งกินยิ่งนัว หากินยากตามท้องตลาด

💎 เทคนิคพิเศษที่คุณจะได้เรียนรู้:
👨‍🍳 วิธีเลือกเนื้อหมูคุณภาพ และหั่นให้นุ่ม ไม่เหนียว ไม่เคี้ยวยาก ไม่แห้งคอ
🍖 เทคนิคการคั่วหมูให้ได้สีคาราเมล ฉ่ำเยิ้ม น่ากิน ในเวลาเพียงนิดเดียว!
📦 กลเม็ดเลือก packaging ที่ช่วยอัพราคาขายได้ทันที!! แบบไม่เหนื่อยทำเพิ่ม

👑 เหมาะสำหรับคนที่:
มีเวลาน้อย แต่อยากมีรายได้เสริม
ไม่ชอบความยุ่งยาก อยากทำง่าย ขายคล่อง
ไม่เก่งทำอาหาร แต่อยากสร้างรายได้จากครัวที่บ้าน
🔴 โอกาสการสร้างรายได้จากอาหารง่ายๆมาถึงแล้ว!
#แม้ทำอาหารไม่เป็นก็ทำขายได้
สมัครวันนี้ รับราคาพิเศษที่สุดทันที!!
จากปกติ 1,999 บาท เหลือเพียง 499 บาท เท่านั้น!

สนใจติดต่อสอบถามข้อมูล
ไลน์ ID  :  @krumax
Page FB : https://web.facebook.com/profile.php?id=61569480015186
เว็บไซด์ : https://krumax.net/krumaxcourse/
เบอร์โทร : 081-413-4479


4
อาหารพร้อมทาน SN Food: ทริกเลือกซื้ออาหารพร้อมทาน ฉบับรวดเร็ว! สะดวก ทันใจ ได้สุขภาพ

ในยุคปี 2026 ที่ทุกอย่างหมุนไปไวปานสายฟ้าแลบแบบนี้ ⚡ วันไหนที่งานรุมเร้า ตารางแน่นเอี้ยด หรือเหนื่อยล้าจนแทบไม่มีเวลาตั้งเตาทำอาหารเอง "อาหารพร้อมทาน" หรืออาหารเวฟตามร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ตก็เป็นฮีโร่ช่วยชีวิตเราได้ดีจริงๆ ใช่ไหมคะ? ⏰

แต่ในฐานะคนรักครัวและใส่ใจสุขภาพ วันนี้ไม่ได้มาชวนอ่านฉลากยาวๆ ให้เสียเวลาค่ะ! วันนี้ขอมาแจก "3 ทริกลัดฉบับสับไว" เลือกซื้ออาหารพร้อมทานให้ได้ประโยชน์ ดีต่อสุขภาพ หุ่นไม่พัง และใช้เวลาหน้าตู้แช่ไม่เกิน 3 วินาที!


📝 3 ทริกเลือกอาหารพร้อมทานฉบับเร่งด่วน!

1. ทางลัด 1 วินาที: สแกนหาตรา "ทางเลือกสุขภาพ" (Healthier Choice)

ถ้าไม่มีเวลามารออ่านตัวเลขโภชนาการทีละบรรทัด ให้กวาดสายตามองหาสัญลักษณ์ ตราใบไม้สีเขียวที่มีข้อความว่า "ทางเลือกสุขภาพ" บนหน้ากล่องเลยค่ะ เครื่องหมายนี้เป็นตัวช่วยลัดเวลาชั้นยอด เพราะผ่านการคัดกรองจากผู้เชี่ยวชาญมาให้แล้วว่าเป็นสูตรที่ลดหวาน ลดมัน และคุมโซเดียมให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ดีต่อร่างกายมากกว่าสูตรปกติแน่นอน เจอตัวนี้ปุ๊บ หยิบลงตะกร้าได้เลย!


2. ทางลัด 2 วินาที: เล็งเมนู "โปรตีนไขมันต่ำ"

ตัดเวลาคิดด้วยการพุ่งเป้าไปที่กลุ่มเมนูที่มีโปรตีนสะอาดเด่นๆ ออกมาเลยค่ะ เช่น ข้าวอกไก่, ข้าวปลาซาบะ/ปลาแซลมอน, หรือเมนูเต้าหู้ พยายามเลี่ยงเมนูที่ชุบแป้งทอดหนาๆ หรือผัดน้ำมันเยิ้มๆ การเลือกโปรตีนไขมันต่ำจะช่วยให้ร่างกายได้พลังงานสะอาด อิ่มท้องได้นานขึ้น และไม่ทำให้อ้วนง่ายค่ะ 🍗ปล


3. ทริกสับไวคู่หู: จับคู่ "ผักสด/ไข่ต้ม" ข้างตู้แช่

อาหารพร้อมทานส่วนใหญ่มักจะให้ผักและเนื้อสัตว์มาน้อยเพื่อการเก็บรักษา คุณแม่มีวิธีแก้ง่ายๆ ที่ใช้เวลาหยิบไม่ถึง 1 วินาที คือการหิ้วคู่หูสุขภาพสับไวมาทานร่วมด้วยในมื้อนั้นค่ะ:

เดินไปหยิบ "มะเขือเทศราชินีแช่เย็น" หรือ "สลัดผักจานเล็ก" มาเติมใยอาหารและวิตามิน 🥦

หยิบ "ไข่ต้ม" เพิ่มอีกสักฟอง เพื่อเติมโปรตีนให้มื้อนั้นอิ่มอยู่ท้องนานขึ้น ไม่หิวจุกจิกระหว่างวัน 🥚
(แค่แกะใส่จานทานคู่กัน คุณก็ได้มื้อสารอาหารสมดุลหรือ Balanced Meal แบบรวดเร็วที่สุดแล้วค่ะ)


💡 ทริกความปลอดภัยแถมท้าย: เทใส่จานก่อนเวฟ!

เมื่อได้กล่องโปรดมาแล้ว เวลาจะนำเข้าไมโครเวฟอุ่นร้อน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในระยะยาวและลดความเสี่ยงจากสารเคมีตกค้าง คุณแม่แนะนำให้ เทอาหารออกจากกล่องพลาสติกมาใส่ในจานชามเซรามิกหรือแก้ว ที่บ้านก่อนนำไปเวฟนะคะ ปลอดภัยสบายใจ แถมกินในจานสวยๆ ยังช่วยให้อาหารน่าทานและผ่อนคลายขึ้นเยอะเลยล่ะค่ะ

เห็นไหมคะว่าการกินอาหารพร้อมทานในวันเร่งรีบให้ได้ประโยชน์และดีต่อสุขภาพ ไม่จำเป็นต้องยุ่งยากหรือเสียเวลาเลย ถ้ารู้จักใช้ทางลัดและเลือกมิกซ์แอนด์แมตช์ให้เป็น มื้อด่วนของคุณก็กลายเป็นมื้อคุณภาพได้ในพริบตาค่ะ

5
ซอสโบโรเนสเนื้อ SN Food: รวมความฟิน 2 สไตล์ โบโลเนสเนื้อสุดเข้มข้น vs เพสโต้เขียวชีสนัว

วันนี้จะมาชวนเข้าครัวทำพาสต้าแบบ "ดับเบิ้ลความอร่อย" ค่ะ! เชื่อว่าหลายคนมักจะเลือกไม่ได้ระหว่างความเข้มข้นแบบดุดันของ "โบโลเนสเนื้อ" กับความสดชื่นหอมสมุนไพรของ "ซอสเพสโต้เขียว" วันนี้เลยจับทั้งคู่มาเจอกัน ใครที่เป็นสายพาสต้า บอกเลยว่ากระทู้นี้ห้ามพลาดค่ะ!


1. โบโลเนสเนื้อ: เข้มข้น นัวถึงใจสไตล์อิตาเลียน 🥩🍅

สำหรับโบโลเนสเนื้อ สิ่งที่ขาดไม่ได้คือการเคี่ยวด้วยไฟอ่อนเพื่อให้รสชาติของมะเขือเทศและเนื้อบวกเข้ากัน

เคล็ดลับ: อย่าลืมผัดเนื้อบดจนเกรียมสวยเพื่อดึงรสอูมามิออกมา และใส่ "มะเขือเทศเข้มข้น" (Tomato Paste) เพื่อให้ซอสมีสีแดงสวยและรสชาติที่ลึกซึ้ง

ความนัว: การตักน้ำลวกเส้นใส่ลงไปผสม จะทำให้ซอสมีความเงางามและเกาะเส้นได้ดียิ่งขึ้น


2. เพสโต้เขียว: สดชื่น ชีสเน้นๆ หอมขึ้นจมูก 🌿🧀

ถ้าเบื่อรสชาติจัดจ้านของโบโลเนส ลองมาเติมความสดชื่นด้วยเพสโต้เขียวที่ใส่ชีสแบบไม่อั้นค่ะ!

หัวใจสำคัญ: ใบโหระพาอิตาเลียนต้องสดใหม่ ผสมกับถั่วสนหรือถั่วอื่นๆ ที่คั่วจนหอม

ความนัวของชีส: เคล็ดลับคือการใช้ "พาร์เมซานชีส" คุณภาพดี และ "เปกอริโน่โรมาโน่" (Pecorino Romano) ผสมกัน จะได้ความเค็มมันที่เป็นเอกลักษณ์ ตัดกับความเขียวสดของสมุนไพรได้ดีมากค่ะ


💕 การจับคู่ที่ลงตัวในจานเดียว

ทานคู่กัน: ลองทำพาสต้าสองสไตล์ใส่จานเดียวกัน (Side by side) ความเข้มข้นของโบโลเนสเนื้อจะตัดกับความละมุนและหอมชีสของเพสโต้ ทำให้มื้อนี้ไม่มีคำว่า "เลี่ยน" แน่นอนค่ะ

ทางเลือกสุขภาพ: ใครอยากให้เฮลตี้ขึ้น สามารถเปลี่ยนเส้นพาสต้าปกติเป็นเส้นโฮลวีต หรือเพิ่มผักเคียงอย่างบรอกโคลีลวก ราดด้วยซอสเพสโต้ ก็เข้ากันสุดๆ ไปเลยค่ะ

6
ช่างแอร์อาคาร: แจก 5 ทริคเปิดแอร์หน้าร้อนยังไงให้ประหยัด เย็นฉ่ำสบายใจ กระเป๋าไม่ฉีก

ร้อนระอุจนแทบจะละลาย แค่เดินไปกวาดบ้านนิดเดียวเหงื่อก็ท่วมตัวแล้ว สิ่งเดียวที่จะเยียวยาจิตใจและความอบอ้าวของคนในบ้านได้ก็คือการกดเปิดแอร์ฉ่ำๆ แต่นั่นแหละค่ะ... พอสิ้นเดือนมาถึง บิลค่าไฟมาส่งทีไร คนเป็นแม่บ้านเห็นตัวเลขแล้วแทบจะลมจับ หัวใจจะวายกันเลยทีเดียว

5 ทริคเด็ด เปิดแอร์หน้าร้อนยังไงให้เซฟเงินในกระเป๋าที่สุด มาฝากกันค่ะ ลุยตามนี้บิลค่าไฟลดฮวบแน่นอน!

❄️ 5 ทริคทองคำ เปิดแอร์หน้าร้อนแบบแม่บ้านสายประหยัด

1. คาถาลับ "26 องศา + เปิดพัดลมจ่อ" 🌬️เกล็ดหิมะ
เทคนิค: หลายคนติดนิสัยกลับมาบ้านร้อนๆ แล้วอัดแอร์ไปที่ 18-20 องศาเพราะอยากให้เย็นเร็ว ซึ่งนั่นคือตัวการทำคอมเพรสเซอร์ทำงานหนักจนไฟกระชากค่ะ คุณแม่แนะนำให้ตั้งอุณหภูมิแอร์ไว้ที่ 26 องศาเซลเซียส แล้วเปิดพัดลมธรรมดาช่วยตั้งตรงจ่อมาที่ตัวเราค่ะ

ทำไมถึงประหยัด: การปรับอุณหภูมิแอร์เพิ่มขึ้นทุกๆ 1 องศา จะช่วยเซฟค่าไฟลงได้ถึง 10% เลยนะคะ! และการเปิดพัดลมคลอไปด้วยจะช่วยเพิ่มความเร็วลมในห้อง ทำให้ผิวของเราสัมผัสได้ถึงความเย็นสบายเหมือนเปิดแอร์ 24 องศา ทั้งๆ ที่แอร์ทำงานเบาหวิว ประหยัดไฟได้เด้งสองเลยค่ะ


2. ล้างแผ่นกรองฝุ่น (Filter) ทุกๆ 2 สัปดาห์ 🧼
เทคนิค: อันนี้เป็นงานบ้านง่ายๆ ที่คุณแม่บ้านสายลุยทำเองได้เลยค่ะ แค่เปิดฝาหน้ากากแอร์ ถอดแผ่นกรองพลาสติกสีดำออกไปฉีดน้ำล้างคราบฝุ่น ผึ่งให้แห้งแล้วใส่กลับคืน

ทำไมถึงประหยัด: เมื่อแผ่นกรองสะอาด ไม่มีฝุ่นหนาเตอะมาอุดตัน ขวางทางลม แอร์จะสามารถดูดมวลอากาศและพ่นลมเย็นออกมาหมุนเวียนได้สะดวกมากๆ ห้องจะเย็นไวขึ้น คอมเพรสเซอร์ตัดรอบได้เร็ว และช่วยประหยัดค่าไฟได้เพิ่มขึ้นถึง 5-7% แถมอากาศในห้องยังสะอาดบริสุทธิ์ ลูกๆ ไม่เป็นภูมิแพ้ด้วยค่ะ


3. บล็อกความร้อนจากภายนอก ก่อนกดเปิดสวิตช์แอร์ ☀️🪟
เทคนิค: ช่วงกลางวัน แดดเมืองไทยแผดเผาเข้ามาทางกระจกและผนังทิศตะวันตก/ทิศใต้แรงมาก บ้านไหนรีบเปิดแอร์ทั้งๆ ที่ห้องอมความร้อนอยู่ แอร์จะรันไฟดุเดือดมากค่ะ ให้เราทำสองสิ่งนี้ล่วงหน้า:

ปิดผ้าม่านกัน UV หรือมู่ลี่เพื่อบล็อกไม่ให้แสงแดดส่องเข้ามาสะสมในห้อง

หากจังหวะไหนเพิ่งกลับเข้าห้องมาแล้วรู้สึกร้อนอบอ้าวเหมือนเตาอบ ให้เปิดประตูหน้าต่างทิ้งไว้สัก 1-2 นาที เปิดพัดลมไล่มวลอากาศร้อนออกไปข้างนอกก่อน แล้วค่อยปิดห้องเปิดแอร์ค่ะ วิธีนี้จะช่วยทุ่นแรงแอร์ได้มหาศาลเลย


4. เคลียร์สิ่งของ "กินไฟและอมความร้อน" ออกจากห้องแอร์ 📦🔥
เทคนิค: สังเกตไหมคะว่าในห้องแอร์ของเรามีเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าอะไรอยู่บ้าง?

หลีกเลี่ยงการรีดผ้า ต้มสุกี้ หรือใช้กระทะไฟฟ้าในห้องที่เปิดแอร์เด็ดขาดค่ะ เพราะแอร์จะต้องทำงานหนักคูณสองเพื่อสู้กับความร้อนเหล่านั้น

รวมถึงพวกต้นไม้กระถางใหญ่ๆ หรือผ้าห่ม ผ้าขนหนูหนาๆ ที่วางกองสุมไว้ สิ่งเหล่านี้คือตัว "อมความร้อนและความชื้น" ชั้นดีเลยค่ะ ยิ่งห้องมีความชื้นสูง แอร์ยิ่งต้องใช้พลังงานในการรีดความชื้นออกจากอากาศนานขึ้น ทำให้กินไฟมากขึ้นโดยไม่จำเป็นค่ะ


5. ตรวจรอบการจ้างช่างมา "ล้างแอร์ใหญ่" ทุกๆ 6 เดือน 👨‍🔧
เทคนิค: นอกจากการล้างฟิลเตอร์เองแล้ว ทุกๆ 6 เดือน ต้องยอมควักเงินจ้างช่างแอร์มืออาชีพมาทำการฉีดน้ำแรงดันสูงล้างใหญ่ (Deep Clean) ทั้งตัวคอยล์เย็นในบ้านและคอยล์ร้อน (Condensing Unit) นอกบ้านค่ะ

ทำไมถึงประหยัด: คอยล์ร้อนนอกบ้านที่ตากแดดตากฝุ่นสะสมจนรังผึ้งตัน จะทำให้ระบายความร้อนไม่ได้ คอมเพรสเซอร์จะกินไฟจัดและเอ๋อตัดการทำงานบ่อย การล้างแอร์ให้สะอาดเอี่ยมทั้งระบบจะช่วยลดภาระงานระบบไฟฟ้าหลังบ้าน ยืดอายุการใช้งานแอร์ และช่วยเซฟเงินค่าไฟในระยะยาวได้อย่างเห็นผลชัดเจนที่สุดค่ะ

7
ช่างซ่อมบำรุงอาคาร: การตรวจเช็กระบบดับเพลิงในอาคาร เรื่องระบบเซฟตี้ที่นิติและเจ้าของตึกห้ามละเลย

ถ้าพูดถึงเรื่องการดูแลอาคาร ไม่ว่าจะเป็นคอนโดมิเนียมที่เราอยู่ หอพัก อาคารพาณิชย์ หรือสำนักงาน สิ่งหนึ่งที่หลายคนมักมองข้ามเพราะรู้สึกว่า "ตั้งแต่สร้างตึกมายังไม่เคยได้ใช้เลย" ก็คือ "ระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย" หรือระบบดับเพลิงนั่นเองค่ะ

แต่รู้ไหมคะว่า ในแง่ความปลอดภัยแล้ว ระบบดับเพลิงคือ "ฮีโร่ด่านสุดท้าย" ที่จะช่วยเซฟชีวิตและทรัพย์สินมหาศาลเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน และหากปล่อยปละละเลยไม่เคยตรวจเช็กเลย พอถึงเวลาคับขันระบบกลับ "สตาร์ทไม่ติด" หรือ "ไม่มีน้ำแรงดันพุ่งออกมา" ตอนนั้นเงินกี่ล้านก็ย้อนเวลากลับไปแก้ไขไม่ได้แล้วค่ะ 😭

วันนี้เลยขอชวนมาเปิดคัมภีร์และทำความเข้าใจเกี่ยวกับการ "ตรวจเช็กระบบดับเพลิงในอาคาร" กันอย่างเป็นระบบค่ะ มาดูกันว่าตึกที่เราอยู่ หรืออาคารที่เราดูแล มีการตรวจเช็กสิ่งสำคัญเหล่านี้ครบถ้วนตามมาตรฐานหรือยัง!


🚨 1. รอบเวลาในการตรวจเช็ก (ตรวจบ่อยแค่ไหน?)

การตรวจบำรุงรักษาระบบดับเพลิงไม่ใช่ทำปีละครั้งแล้วจบนะคะ แต่ตามมาตรฐานสากล (เช่น NFPA) และกฎหมายควบคุมอาคาร จะมีการแบ่งรอบการตรวจเช็กเพื่อความชัวร์ออกเป็นช่วงเวลา ดังนี้ค่ะ:

ตรวจเช็กประจำเดือน (Monthly): เน้นการเดินสำรวจด้วยสายตา (Visual Inspection) ตรวจเช็กอุปกรณ์ที่เข้าถึงง่าย เช่น ถังดับเพลิงยกหิ้ว หรือปุ่มกดสัญญาณแจ้งเหตุ

ตรวจเช็กประจำสัปดาห์ (Weekly): มักใช้กับระบบเครื่องสูบน้ำดับเพลิง (Fire Pump) เพื่อทดสอบการสตาร์ทเครื่องยนต์

ตรวจเช็กประจำปี (Annual): เป็นการทดสอบระบบใหญ่แบบเต็มรูปแบบ (Full Test) โดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเพื่อออกใบรับรองตามกฎหมาย


🛠️ 2. Checklist 5 จุดตายระบบดับเพลิงที่ต้องตรวจเช็กสม่ำเสมอ

จุดที่ 1: เครื่องสูบน้ำดับเพลิง (Fire Pump) – หัวใจหลักของระบบ
ถ้าเปรียบระบบดับเพลิงเป็นร่างกาย Fire Pump ก็คือหัวใจที่จะคอยสูบฉีดน้ำแรงดันสูงไปตามท่อเพื่อดับไฟค่ะ

วิธีตรวจเช็ก: ควรมีการสตาร์ทเทส Fire Pump ทุกสัปดาห์ (Weekly Test) เพื่อเช็กว่าเครื่องยนต์ดีเซลหรือมอเตอร์ไฟฟ้าทำงานได้ปกติไหม แบตเตอรี่สตาร์ทยังมีไฟดีอยู่ร้อยเปอร์เซ็นต์ รวมถึงตรวจเช็กวาล์วต่างๆ ในห้องปั๊มว่าเปิดอยู่ในตำแหน่งพร้อมใช้งานเสมอ ไม่ติดขัด


จุดที่ 2: ถังดับเพลิงยกหิ้ว (Fire Extinguisher) – อาวุธด่านแรก
เป็นอุปกรณ์ที่คนในอาคารจะหยิบมาฉีดสกัดเพลิงไหม้เริ่มต้นได้เร็วที่สุด

วิธีตรวจเช็กประจำเดือน:

เข็มในเกจวัดความดันต้องชี้อยู่ใน "ช่องสีเขียว" เสมอ

ตัวถังต้องไม่มีสนิม ไม่มีรอยบุบ สายฉีดไม่แห้งกรอบหรืออุดตัน

ซีลล็อกและสลักนิรภัยยังคงอยู่กับที่ ไม่ถูกดึงออกไปก่อน


จุดที่ 3: ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ (Fire Alarm System) – เสียงเตือนชีวิต
ระบบที่จะช่วยส่งสัญญาณเตือนให้คนทั้งตึกอพยพได้ทันท่วงทีเมื่อเริ่มเกิดควันหรือความร้อน

วิธีตรวจเช็ก: ทดสอบเครื่องรับจ่ายแจ้งเหตุเพลิงไหม้ (FCP) ตรวจสอบสปอตเช็กตัวตรวจจับควัน (Smoke Detector) และตัวตรวจจับความร้อน (Heat Detector) ไม่ให้มีฝุ่นเกาะหนาจนทำงานเพี้ยน รวมถึงทดสอบกดปุ่มแจ้งเหตุด้วยมือ (Manual Station) ว่าเสียงกระดิ่งหรือไซเรนดังชัดเจนทั่วอาคารไหม


จุดที่ 4: ตู้หัวรับน้ำดับเพลิงและสายส่งน้ำ (Fire Hose Cabinet)
จุดที่ทีมดับเพลิงหรือคนในตึกจะใช้ลากสายเข้าไปฉีดน้ำดับไฟ

วิธีตรวจเช็ก: เปิดตู้เช็กสภาพสายส่งน้ำผ้าใบหรือยางว่ายังเหนียวแน่น ไม่แห้งกรอบจนกรอบแตก ตรวจเช็กหัวฉีด (Nozzle) ว่าหมุนปรับได้ปกติ และไม่มีสิ่งของใดๆ ไปวางตั้งขวางหน้าตู้จนเปิดใช้งานไม่ได้ในเวลาฉุกเฉินค่ะ


จุดที่ 5: ระบบไฟสำรองฉุกเฉินและป้ายทางหนีไฟ (Emergency Light & Exit Sign)
เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ ระบบไฟหลักของอาคารมักจะดับหรือถูกตัด

วิธีตรวจเช็ก: ตรวจสอบป้ายทางออกฉุกเฉินต้องสว่างตลอดเวลา และควรกดปุ่ม Test ไฟสำรอง (หรือถอดปลั๊กออก) เพื่อเช็กว่าแบตเตอรี่สำรองสามารถส่องสว่างได้อย่างน้อย 2 ชั่วโมงตามมาตรฐาน เผื่อเวลาคนเดินหนีฝ่าควันไฟในความมืดค่ะ

8
จัดฟันบางนา: อาการของผู้ที่ ไม่สามารถ จัดฟันแบบใส ได้ !

การจัดฟันแบบใส ถือเป็นการจัดฟันที่เป็นที่นิยมมาก เพราะการจัดฟันแบบใสมีจุดเด่นมากกว่าการจัดฟันในรูปแบบอื่นๆ การจัดฟันแบบใสมีข้อจำกัดในการรักษาหลายอย่าง ถึงแม้จะเป้นการจัดฟันที่เป็นที่นิยม และมีการนำนวัตกรรมสมัยใหม่เข้ามาใช้ แต่ในเรื่องของข้อจำกัดก็มี และไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้ารับการจัดฟันแบบใสได้ ข้อจกกัดในการรักษาถือเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะต้องระวังมากเป็นพิเศษ

ผู้ที่จะเข้ารับการรักษาจะต้องบอกข้อมูลอย่างละเอียดแก่ทันตแพทย์ผู้ทำการรักษา เพื่อที่จะช่วยให้ผลการรักษาประสบความสำเร็จ ทันตแพทย์จะทำการวางแผนการรักษา ซึ่งแผนการรักษาในแต่ละคนย่อมแตกต่างกัน เพราะมีสภาพฟันและปัญหาที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นก่อนเข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดฝังรากฟันเทียม ทันตแพทย์จะทำการตรวจช่องปากอย่างละเอียด โดยจะดูปัจจัยหลักๆจองการฝังรากฟันเทียม เช่น ดูบริเวณฟันโดยรอบ กระดูกขากรรไกรที่ใช้รองรับรากฟันเทียม รวมถึงโรคที่เกี่ยวกับช่องปากที่ทันตแพทย์ต้องทำการตรวจ เพราะบางโรคทันตแพทย์อาจจะไม่แนะนำให้จัดฟันแบบใส เพราะจะทำให้เกิดอันตราย หรือบางครั้งในการจัดฟันแบบใสอาจจะไม่มีผลดีต่อช่องปากของผู้เข้ารับการรักษา

หากผู้ที่จะเข้ารับการรักษาเป็นโรคเหงือกอักเสบ จะต้องทำการปรึกษาทันตแพทย์ผู้เข้ารับการนรักษาก่อนเข้ารับการจัดฟัน ซึ่งบางกรณีวัสดุที่เป็นในส่วนของเครื่องมือจัดฟัน อาจจะส่งผลต่อผู้เข้ารับการรักษาได้ด้วย ซึ่งวัสดุที่เป็นเครื่องมือการจัดฟัน ผู้ป่วยอาจจะเกิดอาการแพ้ เพราะฉะนั้นถ้าหากมีความผิดปกติ ผู้เข้ารับการรักษาควรเข้าปรึกษาทันตแพทย์ผู้ทำการรักษาทันที และต้องหยุดใช้เครื่องมือ อาการผิดปกติอาจจะสังเกตได้คือ ผู้เข้ารับการรักษาอาจจะมีอาการบวมแดง หรืออาการอักเสบ หลังจากใช้เครื่องมือการจัดฟัน

หากไม่หยุดใช้อาจจะเกิดผลเสียต่อการรักษาและช่องปากได้ เพราะฉะนั้น หลังจากการเข้ารับการจัดฟัน ผู้เข้ารับการรักษาจะต้องคอยสังเกตอาการผิดปกติ และหากมีปัญหาควรรีบปรึกษาทันตแพทย์โดยด่วน การรักษาทางการจัดฟันแบบใส เป็นการจัดฟันที่ไร้ลวดเหล็ก ซึ่งประกอบด้วยชุดเครื่องมือจัดฟันแบบใส แบบถอดได้ ที่จะต้องเปลี่ยนทุก 2 สัปดาห์ ตามลำดับของชิ้นเครื่องมือ โดยเครื่องมือจะออกแบบและผลิตขึ้นมาเฉพาะบุคคล เพราะสภาพฟันของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน เป็นเครื่องมือที่ใส่สบาย ไม่ระคายเคืองปาก และยังสามารถรับประทานอาหาร ทำความสะอาดฟันได้ตามปกติ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการหลุดของเครื่องมือ

นอกจากนี้การปฏิบัติตัวขณะการจัดฟันแบบใส ผู้เข้ารับการรักษาจะต้องมีวินัยในการใส่เครื่องมือการจัดฟัน เพราะด้วยเครื่อวมือที่สามารถถอดออกได้ขณะรับประทานอาหาร และขณะแปรงฟัน อาจจะทำให้ผู้เข้ารับการรักษาเผลอลืมใส่เครื่องมือ หากลืมบ่อยๆก็จะส่งผลต่อการรักษาทันที

ในการรับประทานอาหาร ผู้เข้ารับการรักษาจะต้องถอดเครื่องมือทุกครั้ง เพราะการใส่เครื่องมือจัดฟันและรับประทานอาหารไปด้วย จะส่งผลให้เครื่องมือเกิดความเสียหายได้ รวมไปถึงการดื่มเครื่องดื่ม ไม่ว่าจะเป็นร้อนหรือเย็นก็ควรถอดเครื่องมือ ยิ่งถ้าเป็นเครื่องดื่มที่ร้อน แม้ว่าจะเป็นน้ำร้อนก็ควรจะถอดเครื่องมือ เพราะความร้อนของเครื่องดื่ม อาจจะส่งผลให้เครื่องมือบิดเบี้ยวได้ เพราะฉะนั้นนอกจากการดูแลสุขภาพช่องปาก

การดูแลรักษาเครื่องมือก็ถือว่าสำคัญมากเช่นกัน หากคุณสนใจเข้ารับการจัดฟันแบบใส ทางคลีนิคเรามีทีมทันตแพทย์คอยให้คำปรึกษา โดยทีมทันตแพทย์ของเรามีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ ในการจัดฟันทุกรูปแบบ นอกจากนี้ทางคลีนิคของเรายังมีการบริการทางทันตกรรมที่ครบวงจร มีความเป็นมืออาชีพ ซึ่งทำให้ผู้เข้ารับการรักษามั่นใจว่า คุณจะมีสุขภาพช่องปากและฟันและฟันที่ดีขึ้นมากอย่างแน่นอน

9
6 ข้อดีของการจัดฟันเด็ก วางรากฐานรอยยิ้มสวยและโครงหน้าเป๊ะให้ลูกตั้งแต่เนิ่นๆ

ต้องบอกเลยค่ะว่า การจัดฟันเด็ก (Phase 1 Orthodontics) ในช่วงอายุประมาณ 4-15 ปี ไม่ได้เน้นแค่เรื่องความสวยงามให้ฟันเรียงตัวตรงเท่านั้น แต่หัวใจสำคัญคือการปรับโครงสร้างและพฤติกรรมในช่องปากค่ะ วันนี้เราเลยขอรวบรวม "6 ข้อดีของการจัดฟันเด็ก" มาแชร์ให้เห็นกันชัดๆ ว่าทำไมการเริ่มเร็วถึงส่งผลดีต่ออนาคตของลูกรักได้อย่างมหาศาลค่ะ!

🌟 1. ขยายขากรรไกร ลดโอกาสโดน "ถอนฟันแท้" ตอนโต
เนื่องจากกระดูกขากรรไกรของเด็กกำลังเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ การใช้เครื่องมือจัดฟันเด็ก (เช่น เครื่องมือซิลิโคนแบบถอดได้ EF Line) จะช่วยชักนำและกระตุ้นให้ขากรรไกรขยายตัวรองรับฟันแท้ซี่ใหญ่ๆ ได้อย่างเหมาะสมตามวัยค่ะ ผลลัพธ์คือฟันจะมีพื้นที่ขึ้นมาเรียงตัวสวย ไม่เบียดซ้อนเก และช่วยลดความรุนแรงของเคสจน ลดโอกาสที่ลูกจะต้องโดนถอนฟันแท้ทิ้ง เพื่อหาช่องว่างในการจัดฟันเหล็กตอนโตได้ดีมากๆ ค่ะ

🌟 2. ปรับพฤติกรรมผิดปกติ แก้อาการอ้าปากหายใจและตำแหน่งลิ้น
ข้อดีที่เหนือกว่าการจัดฟันผู้ใหญ่คือ เครื่องมือจัดฟันเด็กสามารถช่วยบำบัดกล้ามเนื้อรอบช่องปากได้ไปในตัวค่ะ โดยเครื่องมือจะช่วยฝึกตำแหน่งลิ้น ไม่ให้น้องติดนิสัยเอาลิ้นยื่นออกมาดันฟันหน้าจนฟันเหยินเก และช่วยบังคับให้ริมฝีปากปิดสนิท ปรับพฤติกรรมการชอบอ้าปากหายใจให้กลับมาหายใจทางจมูกได้อย่างเป็นปกติ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาฟันยื่นฟันเกจากต้นเหตุที่แท้จริงค่ะ

🌟 3. ลดความเสี่ยงฟันผุและโรคเหงือกอักเสบ
เด็กที่มีปัญหาฟันซ้อนเก ฟันบิดเบี้ยว หรือขึ้นผิดตำแหน่ง เศษอาหารจะเข้าไปอุดตันได้ง่ายมาก และต่อให้แปรงฟันยังไงก็เข้าไม่ถึงซอกมุมเหล่านั้น การจัดฟันเด็กจะช่วยจัดระเบียบให้ฟันเรียงตัวสวย ทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้คราบพลัคและแบคทีเรียลดลง ช่วยเซฟลูกรักจากมหันตภัยฟันผุและเหงือกอักเสบได้อย่างดีเยี่ยมค่ะ

🌟 4. ช่วยเรื่องระบบบดเคี้ยว การออกเสียง และการพูด
เด็กที่มีปัญหาการสบฟันผิดรูป เช่น ฟันล่างครอบฟันบน หรือฟันสบเปิด มักจะเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องทำให้ท้องอืดและระบบย่อยอาหารทำงานหนัก การจัดฟันจะช่วยปรับการสบฟันให้สมบูรณ์ กระจายแรงกดในการเคี้ยวได้สมดุล ไม่เกิดจุดสบกระแทกที่ทำลายเคลือบฟัน แถมยังช่วยให้ลมไม่รั่ว ออกเสียงพยัญชนะต่างๆ ได้ชัดเจน พูดชัดถ้อยชัดคำขึ้นด้วยค่ะ

🌟 5. ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุฟันหน้าหักหรือบิ่น
เด็กๆ ในวัยซนมักจะวิ่งเล่นหกล้มหรือทำกิจกรรมโลดโผนอยู่เสมอ หากลูกมีลักษณะฟันบนยื่นออกมาข้างหน้ามากๆ (ฟันเหยิน) เวลาเกิดอุบัติเหตุหน้ากระแทกพื้น ฟันหน้าจะเป็นส่วนแรกที่รับแรงกระแทกเต็มๆ จนเสี่ยงหักหรือบิ่นได้ง่าย การจัดฟันเด็กจะช่วยดึงฟันหน้ากลับเข้ามาในมุมที่หลบภัย ช่วยปกป้องฟันแท้ของลูกจากอุบัติเหตุไม่คาดฝันค่ะ

🌟 6. เสริมสร้างความมั่นใจและบุคลิกภาพที่ดีให้ลูกรัก
ปัญหารูปร่างฟันผิดปกติหรือฟันยื่นเก มักทำให้เด็กๆ ไม่กล้าฉีกยิ้มกว้างๆ โดนเพื่อนล้อจนเสียความมั่นใจและเก็บกด การจัดฟันเด็กจะช่วยให้เขามีรอยยิ้มที่สวยงาม โครงหน้าและคางดูสมส่วนเป๊ะขึ้นตั้งแต่ยังเด็ก ช่วยเพิ่มความมั่นใจ กล้าแสดงออก และมีบุคลิกภาพที่ดีติดตัวไปจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ค่ะ


💡 สรุปส่งท้าย
สมาคมทันตแพทย์จัดฟันมักแนะนำให้พาลูกรักไปพบทันตแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจเช็กโครงสร้างช่องปากครั้งแรกในช่วง อายุประมาณ 7 ปี ค่ะ เพราะเป็นช่วงวัยทองที่ฟันแท้เริ่มทยอยขึ้นและขากรรไกรกำลังเติบโต หากพบความผิดปกติและแก้ไขได้ทันเวลา นอกจากจะช่วยให้ฟันลูกสวยสมบูรณ์แบบแล้ว ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและลดความเจ็บปวดจากการจัดฟันตอนโตได้เยอะมากจริงๆ ค่ะ คุ้มค่ากับการลงทุนยาวๆ แน่นอน!

10
สตูว์เนื้อ Beef Stew อาหารสำเร็จรูปพร้อมทาน

อาหารพร้อมทาน สตูว์เนื้อ หอมอร่อย เนื้อเต็มคำ
ซีกซองสามารถทานได้เลย ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ
ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อโดยใช้ความร้อนสูง และบรรจุในถุงอลูมิเนียม
เพื่อรักษาคุณภาพและความสดอร่อย โดยสามารถเก็บที่อุณหภูมิห้อง
ไม่จําเป็นต้องแช่เย็นเก้บได้นานถึง 18 เดือน

ขนาด 180 กรัม น้ำหนักเนื้อ 150 กรัม

บรรจุภัณฑ์ไม่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ ( This packaging is not suitable for microwave use. )
อย 10-1-01554-5-0144
ฮาลาล
 
ช่องทางการสั่งซื้อ
 
เบอร์ : 02-398-5600 , 063-207-6926
Line : https://lin.ee/YWCEYud
page : https://www.facebook.com/BYSNFOOD
Shopee : https://shopee.co.th/sn.foods


11
โพสฟรี / จัดฟันบางนา: วิธีป้องกันฟันเหลือง
« เมื่อ: วันที่ 1 มิถุนายน 2026, 10:45:32 น. »
จัดฟันบางนา: วิธีป้องกันฟันเหลือง

หลายคนอยากมีบุคลิกภาพที่ดูดี นอกจากหน้าตา ผิวพรรณ และรูปร่างแล้ว รอยยิ้มที่สดใสก็เป็นส่วนประกอบสำคัญ และช่วยเสริมสร้างความมั่นใจ สร้างความรู้สึกประทับใจให้กับผู้พบเห็น และหนึ่งในวิธีการเพิ่มความมั่นใจให้กับรอยยิ้มคือการมีฟันที่สีขาว ดูสะอาด แต่หลายคนกลับพบปัญหาสีฟันเหลือง หรือสีเทา บางคนเข้าใจว่าสาเหตุมาจากเนื้อฟันของมนุษย์ที่มีสีเหลืองอยู่แล้ว ซึ่งถึงแม้จะเป็นความจริง หากแต่มีอีกหลายสาเหตุที่ทำให้เกิดฟันเหลืองได้ ไม่ใช่ฟันเหลืองจากเนื้อแท้เพียงอย่างเดียว ปัญหาฟันเหลืองมักจะพบเห็นได้บ่อยในวัยทำงาน เนื่องจากคนในวัยทำงานมีพฤติกรรมการติดกาแฟ ชา หรืออาจจะมีพฤติกรรมการสูบบุหรี่ในระหว่างวัน ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้เอง เป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดฟันเหลือง

และยิ่งถ้าหากทำความสะอาดฟันได้ไม่ดีด้วยแล้ว จะยิ่งทำให้เกิดฟันเหลืองได้ง่าย ซึ่งจะทำให้เสียบุคลิกภาพและไม่มีความมั่นใจเวลาที่ต้องยิ้ม ถึงแม้อาการฟันเหลืองจะพบได้บ่อยครั้ง แต่ก็ไม่ควรละเลยในการทำความสะอาดและเข้าพบทันตแพทย์ เพราะอาการฟันเหลืองอาจเป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนของโรคปริทันต์ นอกจากฟันเหลือง ยังมีอาการอื่นๆอีกที่ไม่ควรละเลย อาทิ ปวดฟัน ฟันโยก เสียวฟันจากน้ำเย็นและน้ำร้อน ฟันหลุด เป็นต้น สำหรับวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการป้องกันฟันเหลือง เพื่อให้ทุกคนได้ศึกษาเป็นแนวทางในการดูแลรักษาความสะอาดของสุขภาพช่องปากและฟันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ก่อนอื่นต้องมาพูดถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดฟันเหลืองก่อน เพราะการหลีกเลี่ยงการเกิดฟันเหลืองย่อมดีกว่าการรักษามาก สาเหตุของการเกิดฟันเหลืองส่วนใหญ่มีพฤติกรรมมาจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารสีเข้ม ไม่ว่าจะเป็นสีน้ำตาล สีดำ เช่น ชา กาแฟ เฉาก๊วย ก๋วยเตี๋ยวน้ำตก หรือสีแดงส้ม เช่น ไวน์แดง แกงต่างๆ การรับประทานอาหารเหล่านี้ย่อมทำให้เกิดสีสะสมที่ฟันจนฟันเหลือง หรือสีเดียวกับอาหารที่เรารับประทานเข้าไป นอกจากนี้ หากมีการอุดฟันด้วยวัสดุสีเหมือนฟัน สีของอาหารสีเข้มและเขม่าควันบุหรี่จะเข้าสะสมที่วัสดุอุดได้ด้วยเช่นกัน และจะเห็นชัดเจนที่ขอบรอยต่อระหว่างวัสดุอุดกับฟัน

นอกจากนี้สาเหตุหลักๆอีกอย่างหนึ่งคือ พฤติกรรมการสูบบุหรี่ เพราะสารเคมีที่เกิดการเผาไหม้ของบุหรี่ โดยเฉพาะพวกที่มีส่วนประกอบของกำมะถันจะสะสมอยู่บนผิวฟัน และแทรกซึมเข้าไปในชั้นเนื้อฟัน ซึ่งสะสมได้เร็วมากและขูดออกได้ยากมาก นอกจากนี้ คราบบุหรี่จะสะสมรวมกับคราบจุลินทรีย์และแร่ธาตุในน้ำลาย เกิดเป็นคราบหินปูนตามขอบฟันและเหงือก จนเป็นสีเทาดำอีกด้วย นอกจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตแล้ว ในเรื่องของอายุก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุในการเกิดฟันเหลือง เมื่ออายุมากขึ้น ฟันก็จะสึกจากการถูกใช้งานจนเกิดฟันเหลือง เช่น ถูกการกัดกร่อนจากอาหาร และถูกแปรง จนชั้นเคลือบฟันบางลงเองตามธรรมชาติ นอกจากนี้  ในผู้สูงอายุยังพบว่าโพรงประสาทและเส้นเลือดฝอยที่มาหล่อเลี้ยงฟันมักจะตีบ และมีการสร้างชั้นเนื้อฟันหนาขึ้นทำให้ฟันมีลักษณะแห้งเปราะ และฟันเหลืองเข้มขึ้นได้

และวิธีการป้องกันการเกิดฟันเหลืองนั้น อย่างแรกเลยคือ เราควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร โดยเฉพาะอาหารสีเข้มและอาหารที่ทำลายชั้นเคลือบฟัน หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลังรับประทานอาหารสีเข้ม ควรรีบบ้วนปากหรือแปรงฟัน หากเป็นอาหารที่มีรสเปรี้ยว หรืออาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรด ควรเว้นระยะหลังการรับประทานอย่างน้อย 30 นาที จึงค่อยแปรงฟัน เนื่องจากใน 30 นาทีแรก เคลือบฟันที่ถูกกรดกัดจะอ่อนแอ หากแปรงจะยิ่งทำลายชั้นเคลือบฟัน ทำให้ฟันเหลืองได้ อย่างไรก็ตาม เราควรเลิกสูบบุหรี่ ขูดหินปูน และขัดฟัน จะช่วยได้มากเลยทีเดียว นอกจากนี้ การแปรงฟันอย่างถูกต้องเหมาะสม ถือว่าเป็นการป้องกันฟันเหลืองได้ดี

โดยวิธีการแปรงที่ถูกต้องคือ แปรงแบบขยับขนแปรงสั้นๆ แล้วปัดไปทางด้านปลายฟัน ใช้แปรงชนิดขนแปรงปลายมน อ่อนนุ่ม แปรงให้ถึงทุกด้านของทุกซี่ฟัน นอกจากนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ฟันสะอาด คือการใช้ไหมขัดฟันขัดทุกซอกฟัน จะช่วยขจัดคราบจุลินทรีย์ที่มีสีขาวเหลือง ซึ่งเป็นสาเหตุฟันเหลืองได้ด้วย ทำให้เรามีความมั่นใจ มีรอยยิ้มที่สดใส ทั้งยังช่วยให้มีสุขภาพช่องปากและฟันที่แข็งแรงอีกด้วย

12
ซ่อมบำรุงอาคาร: ติดตั้งรางน้ำฝนอย่างไร ไม่ให้มีปัญหากับเพื่อนบ้าน

          ชายคาบ้านเป็นพื้นที่สำคัญในการช่วยปกป้องทั้งแดด ลม ฝน เข้าสู่ตัวบ้าน และหนึ่งส่วนประกอบของเชิงชายบริเวณชายคาบ้านที่สำคัญก็คือ รางน้ำฝน นั่นเอง รางน้ำฝนมีส่วนช่วยป้องกันไม่ให้ชายคาและหลังคาบ้านผุกร่อน และยังป้องกันไม่ให้น้ำฝนไหลลงมาเลอะผนังและบริเวณรอบบ้าน รวมทั้งยังช่วยให้น้ำฝนไหลลงในจุดที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้มีปัญหากับบ้านใกล้เคียงอีกด้วย

          มาทำความรู้จักกับประเภทของรางน้ำฝน และคุณสมบัติของรางน้ำฝนแต่ละประเภท รวมถึงวิธีการติดตั้งอย่างไรที่ไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคตกันครับ

ประเภทของรางน้ำฝนที่แบ่งตามวัสดุ

1. รางน้ำฝนโลหะ

          • รางน้ำฝนสังกะสี
          เป็นวัสดุเหล็กแผ่นเคลือบผิวสังกะสี โดยจะตัดและพับขึ้นรูปได้ตามรูปแบบและขนาดที่ต้องการ ในอดีตเป็นที่นิยมนำมาทำรางน้ำ เนื่องจากมีน้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย และมีราคาถูก แต่มีอายุการใช้งานค่อนข้างต่ำ เป็นสนิมได้ง่ายโดยเฉพาะบริเวณรอยต่อรอยเชื่อม มีความสวยงามน้อยกว่าแบบอื่น และมีเสียงดังเมื่อน้ำฝนตกกระทบ
          • รางน้ำฝนอะลูมิเนียม
          เหล็กแผ่นเคลือบผิวอลูซิงค์ หรือกัลวาไนซ์แล้วพ่นสีทับ เป็นอีกหนึ่งวัสดุที่มักนำมาทำรางน้ำฝน เนื่องจากไม่เกิดสนิมง่าย มีความคงทนต่อการกัดกร่อนสูง น้ำหนักเบา มีความสวยงามและมีหลายสี ราคาสูงกว่าแบบสังกะสี แต่จะไม่มีปัญหาเรื่องรั่วซึม เนื่องจากขึ้นรูปแบบไร้รอยต่อได้
          • รางน้ำฝนสแตนเลส
          รางน้ำประเภทนี้ควรเลือกใช้สแตนเลส เกรด 304 เพื่อป้องกันปัญหาการเกิดสนิม รางน้ำสแตนเลสจะมีเนื้อวัสดุเป็นสีธรรมชาติ แม้ว่าราคาจะสูงกว่ารางน้ำฝนสังกะสี แต่ดูสวยงามมากกว่า และมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า มีความทนทานสูง ไม่เป็นสนิม

2. รางน้ำฝนวัสดุสังเคราะห์

          • รางน้ำฝนไฟเบอร์กลาส
          เป็นอีกหนึ่งวัสดุใช้ทำรางน้ำที่นิยมใช้งานตามบ้าน เนื่องจากเป็นวัสดุที่มีความคงทนสูง ไม่เกิดสนิม มีความสวยงามเป็นเนื้อเดียวไม่มีรอยต่อ มีทั้งแบบสำเร็จรูปและแบบสั่งผลิตตามความยาวที่ต้องการ อายุการใช้งานยาวนานกว่า 10 ปี แต่การติดตั้งต้องใช้ช่างเฉพาะทาง
          • รางน้ำฝนไวนิล
          รางน้ำประเภทนี้ผลิตมาจากโพลีเมอร์สังเคราะห์ เป็นรางน้ำสำเร็จรูป ติดตั้งง่าย รวดเร็วมีความแข็งแรงและสวยงาม มีหลายสีให้เลือกเข้ากับบ้านได้ง่าย เนื้อวัสดุคล้ายกับพลาสติกแต่มีความเหนียว คงทนมากกว่าพลาสติก ไม่เป็นสนิม ติดตั้งง่ายกว่ารางน้ำฝนไฟเบอร์กลาส อายุการใช้งานนานกว่า 10 ปี การใช้งานจะเชื่อมต่อด้วยกาว หรือซิลิโคน แต่การติดตั้งต้องใช้ช่างผู้เชี่ยวชาญ

เลือกรางน้ำฝนแบบไหนดี ?

          ควรเลือกรางน้ำฝนที่วัสดุมีอายุการใช้ไม่ต่ำกว่า 10 - 15 ปี และไม่ตื้นเกินไปเพราะจะทำให้น้ำไหลย้อนเข้าไปฝ้าเพดานได้ รวมถึงเลือกใช้ให้เหมาะกับการรับน้ำ ดังนี้
          - หลังคาที่มีความยาวไม่เกิน 5 เมตร ใช้รางน้ำฝนขนาด 4 นิ้ว
          - หลังคาที่มีความยาวไม่เกิน 5 - 15 เมตร ใช้รางน้ำฝนขนาด 5 นิ้ว
          - หลังคาที่มีความยาวมากกว่า 15 เมตร ใช้รางน้ำฝนขนาด 6 นิ้ว

วิธีการติดตั้งรางน้ำฝนที่ถูกต้อง

          การติดตั้งรางน้ำฝนต้องหาระยะในการติดตั้งที่ถูกต้องเพื่อไม่ให้รางน้ำฝนยื่นเลยออกไปในขอบเขตของเพื่อนบ้านและมีปัญหาภายหลังได้
          ตามข้อกฎหมายการสร้างบ้าน ต้องระวังเรื่องการระบายน้ำฝน เพื่อไม่ให้การระบายน้ำกระทบต่อที่ดินข้างเคียง ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 44 (พ.ศ. 2538) ข้อ 2 บอกไว้ว่า “อาคารที่ก่อสร้างหรือดัดแปลงต้องมีการระบายน้ำฝนออกจากอาคารที่เหมาะสมและเพียงพอที่จะไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่นหรือเกิดน้ำไหลนองไปยังที่ดินอื่นที่มีเขตติดต่อกับเขตที่ดินที่เป็นที่ตั้งของอาคารนั้น"
          ประกอบกับกฎหมายควบคุมอาคาร ข้อ 50 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 55 (พ.ศ. 2543) "กำหนดให้ แนวผนังอาคารต้องร่นจากเขตที่ดินข้างเคียงไม่น้อยกว่า 0.50 เมตร และเป็นผนังทึบ”
          ดังนั้น หากติดตั้งรางน้ำฝนกับหลังคาที่มีการติดตั้งเชิงชายเรียบร้อยแล้ว ระยะยื่นปลายกระเบื้องหลังคารางน้ำฝนจะใช้พื้นที่ประมาณ 15 - 20 เซนติเมตร

วิธีการติดตั้งรางน้ำฝนเบื้องต้น มีดังนี้
          1. สำรวจพื้นที่ที่จะติดตั้งรางน้ำฝน ตรวจสอบความแข็งแรงของบริเวณเชิงชาย หรือปีกนกที่จะติดรางน้ำฝน หากต้องมีการรื้อรางน้ำเก่าออกก่อน ระวังอย่าให้กระทบกับโครงสร้างหลังคา
          2. วัดระดับน้ำที่หัวท้ายของรางน้ำ เพื่อตรวจความลาดเอียงของรางน้ำ แล้วทำการตีเต๊าหรือเชือกตีแนวเส้นที่จะติดตั้งรางน้ำ
          3. ติดตั้งตะขอแขวนราง ตามระยะที่เหมาะสมกับประเภทรางน้ำ ซึ่งแต่ละประเภทมีระยะที่เหมาะสมไม่เท่ากัน โดยทั่วไปจะเว้นระยะห่างประมาณ 60 - 80 เซนติเมตร หากเป็นรางน้ำฝนไวนิลจะต้องใช้ซิลิโคนในการช่วยเชื่อมระหว่างรอยต่อด้วย
          4. ติดตั้งรางน้ำฝนกับผนังหรือเสาด้วยตัวยึด
          5. เช็กการทำงานของรางน้ำฝนด้วยการทดลองฉีดน้ำบนหลังคา

          จะเห็นได้ว่ารางน้ำฝนคืออุปกรณ์ที่สำคัญนอกจากจะช่วยให้บ้านดูเรียบร้อยและไม่เลอะเทอะในช่วงหน้าฝนแล้ว หากติดตั้งอย่างถูกต้องและตามกฎหมายก็จะทำให้ลดปัญหากับเพื่อนบ้านลงได้ด้วย

13
ซ่อมบำรุงอาคาร: กลิ่นเหม็นอับจากแอร์เกิดจากอะไรได้บ้าง ?

ปัญหาแอร์ มีกลิ่นอับ ถือว่าเป็นปัญหากวนใจของหลายบ้านที่มักจะต้องทนกับกลิ่นอับที่น่ารำคาญใจบางบ้านที่มีแอร์ เวลาเปิดแอร์ก็มักจะมีกลิ่นแรงมากจนถึงขนาดเปิดแอร์ใช้งานไม่ได้เลยทีเดียวทำยังไงก็ไม่หายขาด ล้างแอร์ไปก็ดีขึ้น แต่ไม่กี่วันหรือกี่สัปดาห์ก็กลับมามีกลิ่นอับกลิ่นเปรี้ยวอีก นอกจากจะเป็นปัญหาที่น่ารำคาญใจแล้ว ยังอันตรายต่อสุขภาพของเราอีกด้วย

ซึ่งกลิ่นอับของแอร์ส่วนใหญ่ เกิดจากเชื้อราสะสมภายในเครื่องเป็นจำนวนมากเชื้อราเหล่านี้เกิดจากความชื้นตกค้าง แอร์ไม่สามารถระบายความชื้นออกได้หมดประกอบกับอุณหภูมิในประเทศมีอากาศร้อนเสียส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นสภาวะที่เชื้อราเจริญเติบโตได้ดีที่สุดเมื่อเชื้อราเกิดสะสมเป็นจำนวนมาก เชื้อราส่วนใหญ่จะกินเนื้อผิวพลาสติก การล้างแอร์ปกติด้วยน้ำไม่ได้ช่วยให้เชื้อราถูกกำจัดไปได้ ดังนั้นจึงเป็นสาเหตุของคำถามว่า ทำไมล้างแอร์ไปแล้วกลิ่นอับยังไม่หายไป หรือกลิ่นอับหายไปไม่นานก็กลับมาเหม็นอีกก่อนอื่นที่เราจะกำจัดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์อันนี้ออกไปเราต้องรู้ถึงสาเหตุของการเกิดกลิ่นก่อนว่า เกิดจากอะไร

ดังนั้น วันนี้เราจะมาพูดถึงประเด็นการเกิดกลิ่นอับในแอร์ว่าเกิดจากอะไรได้บ้างเพื่อที่เราจะได้ทำการแก้ไขเพื่อกำจัดกลิ่นออกไปได้อย่างถูกต้องและตรงจุด โดยไม่ต้องทนกับปัญหานี้

การที่แอร์มีความชื้นสะสมจะเป็นแหล่งของการเกิดเชื้อรา อาจเกิดได้หลายเหตุไม่ว่าจะเป็น ภายในห้องมีความชื้นสูงเกินไป เช่น อาจมีตู้ปลาเปิดฝาภาชนะใส่น้ำไว้ ปลูกต้นไม่ในห้อง ฯลฯ เกิดจากการที่ไม่เคยล้างแอร์เป็นเวลานานเกิดจากรางน้ำระบายน้ำได้ไม่ดี หรือมีเชื้อราจากท่อน้ำทิ้ง ท่อน้ำทิ้งยาวเกินไปท่อน้ำทิ้งไม่ทำมุมไหลที่ดีพอ ท่อน้ำทิ้งคดเคี้ยวเกินไป ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแอร์เป็นจุดที่เชื้อราเข้าไปสะสมได้ง่าย นอกจากเชื้อราจะเติบโตได้ดีในสภาวะอากาศร้อนชื้น อับ ทึบแสงและพื้นที่ที่เกิดจะต้องมีอาหารของเชื้อราด้วย จากปัจจัยเหล่านี้สามารถกล่าวได้เลยว่าแอร์หรือเครื่องปรับอากาศ คือโรงบ่มเพาะเชื้อราอย่างดี

และยังเป็นจุดเสี่ยงที่สะสมเชื้อรามีตั้งแต่ท่อน้ำทิ้ง รางน้ำทิ้ง ฟองน้ำบุฉนวนทุกจุดแผ่นกรองแอร์ จุดอับหลังเครื่อง มุมอับอื่นๆ ดังนั้น สาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้แอร์มีกลิ่นเหม็นมักมาจากคราบสกปรกและการอุดตันทั้งจากฝุ่นละอองและน้ำขังต่าง ๆ และยิ่งไปกว่านั้นคราบสกปรกและสิ่งอุดตันพวกนี้ยังทำให้แอร์ไม่เย็นทำให้เครื่องยนต์ต้องทำงานหนัก ส่งเสียงดัง และเสียได้ไวขึ้นด้วย

ดังนั้น หากแอร์มีกลิ่นอับอันไม่พึงประสงค์ก็ต้องรีบแก้ไขทันที เพราะไม่อย่างนั้นจะทำให้แอร์พังและทำให้คนในบ้านเสียสุขภาพได้ สำหรับวิธีการการแก้ปัญหาของกลิ่นเหม็นอับ
อย่างแรกต้องหาต้นต่อก่อนว่ากลิ่นอับนี้เกิดจากจุดไหนถ้าหากเกิดจากท่อน้ำทิ้ง ถาดน้ำทิ้ง เราต้องย้อนกลับไปดูปลายท่อน้ำทิ้งมีเมือกอุดตัน น้ำไหลได้ไม่สะดวกหรือไม่ ถึงทำให้กลิ่นย้อนกลับเข้าไปในแอร์ได้

ถ้าหากเกิดจากแผ่นกรอง ฟิลเตอร์ เราสามารถนำไปล้างทำความสะอาดเปาให้แห้งได้ แต่ถ้าหากเกิดจากความชื้นในห้องสูง หากเกิดจากสาเหตุนี้ให้เราเปิดแอร์ไปที่โหมดพัดลมแล้วเปิดประตู หน้าต่าง เพื่อระบายอากาศภายในห้องแต่หากเราไม่ทราบว่าต้นเหตุมากจากไหน หรือว่าเราไม่ได้ล้างแอร์มานานมากแล้วการล้างแอร์เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่จะช่วยเราได้ อาจจะใช้โฟมขจัดกลิ่น ช่วยลดกลิ่นที่สะสมในแอร์ก็จะเป็นวิธีที่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างดีเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตามทางเรา อยากให้ทุกครอบครัวได้สร้างบรรยากาศภายในครอบครัวให้มีสิ่งแวดล้อมที่ดีอยู่เสมอ ด้วยการทำความสะอาดบ้านช่องให้น่าอยู่มากยิ่งขึ้นเพราะปัจจัยหลายๆอย่างในบ้านของเรา สามารถสร้างบรรยากาศที่ดีในบ้านได้ไม่ว่าจะเป็นการที่เราได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีๆ ได้สูดอากาศที่บริสุทธิ์เพราะเราอยากให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดี เพราะสุขภาพที่ดีสามารถทำให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ทั้งนี้ ทางเรามีบริการทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศภายในบ้าน ภายในอาคารต่างๆรวมไปถึงยังมีบริการทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็น บริษัท ห้างสรรพสินค้า
เพราะเราห่วงใยและใส่ใจในเรื่องสุขอนามัยของลูกค้ามาเป็นอันดับแรก

14
โพสฟรี / ภาวะแทรกซ้อน จากการให้อาหารสายยาง !
« เมื่อ: วันที่ 30 พฤษภาคม 2026, 19:08:11 น. »
ภาวะแทรกซ้อน จากการให้อาหารสายยาง !

อาหารทางสายยาง อาหารปั่นผสมนั้น เป็นอาหารที่ต้องใช้ในผู้ป่วยที่ต้องรับประทานอาหารทางสายยาง ทั้งนี้ในการรับประทานอาหารด้วยวิธีนี้ ก็จะต้องมีเรื่องของความเสี่ยง อันตราย หรือภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้น จะส่งผลให้ร่างกายมีอาการอาเจียน ท้องเสียได้

ปลายสายให้อาหารเลื่อนออก มาอยู่ในหลอดอาหาร หรือเข้าไปในหลอดลม อาหารเหลวเข้าไปในหลอดลม หรือถ้าปลายสายอยู่ในหลอดอาหารจะทำให้ผู้ป่วยอาเจียนและสำลักอาหารได้ และอีกอาการหนึ่งก็คือ อาเจียน เนื่องจากปลายสายเลื่อนมาอยู่ในหลอดอาหาร การให้อาหารทางสายเร็วเกินไป เกิดการหดเกร็งของกระเพาะอาหาร มีลมเข้าไปขณะให้อาหารทำให้ผุ้ป่วยท้องอืด เป็นสาเหตูให้เกิดการอาเจียนได้ การจัดท่าไม่เหมาะสม ท่าทีเหมาะสมในการให้อาหารทางสายคือ ผู้ป่วยอยู่ในท่าศีรษะสูง

และอีกอาการหนึ่งคือ ภาวะไม่สมดุลของสารน้ำ ปัญหาความไม่สมดุลของสารน้ำในร่างกายจากสูตรอาหารที่ไม่เหมาะสม ทำให้เกิดภาวะ Hyponatremia นั่นก็คือภาวะโซเดียมในเลือดต่ำกว่าปกติ และยังมีภาวะแทรกซ้อนอีกมากมาย หากเราให้อาหารไม่ถูกวิธี

การให้อาหารทางสายยาง ปลอดภัย สารอาหารครบถ้วน !

คนเราต้องรับประทานเพื่อให้ร่างกายมีพลังงาน ถือเป็นเรื่องที่สำคัญในชีวิตประจำวัน แต่สำหรับผู้ที่ไม่สามารถรับประทานอาหารได้เอง ผู้ป่วยที่ต้องรับประทานอาหารทางสายยาง ก็ต้องมีวิธีที่ต้องรับประทานที่แตกต่างกันไป ซึ่งต้องดูจากอาหารที่รับประทานว่าเป็นชนิดไหน

สำหรับสูตรน้ำนม เพื่อให้ผู้รับประทานได้รับสารอาหารเพิ่มขึ้น โดยสัดส่วนของวัตถุดิบที่น้ำมาใช้จะขึ้นอยู่กับพลังงานและสารอาหารที่แพทย์กำหนด และต้องมีความเข้มข้นที่พอเหมาะและไหลผ่านสายให้อาหารได้ดี ในกรณีที่ต้องการอาหารพลังงานสูง

สูตรปั่นผสม อาหารสูตรนี้มีคุณค่าทางสารอาหารครบถ้วน ใช้วัตถุดิบจากอาหาร 5 หมู่ ประกอบด้วยเนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ น้ำตาล และไขมัน นำมาทำให้สุก แล้วปั่นผสมเข้าด้วยกัน กรองเอาส่วนที่ปั่นไม่ละเอียดออก เพื่อให้อาหารสามารถไหลผ่านสายให้อาหารได้ ปริมาณวัตถุดิบขึ้นอยู่กับความต้องการพลังงานและสารอาหารของผู้ป่วยแต่ละราย ตามที่แพทย์กำหนด อาหารสูตรปั่นผสมเหมาะสำหรับผู้ใหญ่ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการแพ้นมวัว

15
การใส่สายอาหารทางหน้าท้อง เพื่อให้ อาหารสายยาง

การให้อาหารทางสายยาง ถือเป็นการรักษาโรคอย่างหนึ่งของผู้ป่วยที่ไม่สามารถรับประทานอาหารเองได้ จึงต้องมีความจำเป็นที่จะต้องให้ อาหารสุขภาพ ทางสายยางให้อาหาร เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารและพลังงานที่เพียงพอต่อร่างกาย ป้องกันการเกิดภาวะขาดสารอาหารและช่วยรักษาสมดุลของระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายให้เป็นปกติ การใส่สายอาหารทางหน้าท้องโดยใช้กล้องส่องกระเพาะอาหาร คือการใส่สายยางให้อาหารทางหน้าท้อง โดยใช้กล้องส่องกระเพาะอาหารช่วยนำสายยางให้อาหารเจาะผ่านออกมาทางหน้าท้อง

วิธีนี้จะง่าย สะดวก รวดเร็วและผู้ป่วยไม่ต้องเสี่ยงต่อการผ่าตัดใหญ่ ขนาดแผลหน้าท้องจะยาวเพียง 0.5 เซนติเมตร และอาจจะทำให้เกิดแผลเป็นบริเวณหน้าท้อง ซึ่งการให้อาหารทางสายยางมีอยู่ 2 แบบ ที่มักเห็นได้ทั่วไปก็คือ การให้อาหารทางสายยางผ่านทางรูจมูกและการให้อาหารทางสายยางที่ให้ผ่านหน้าท้อง ซึ่งการให้อาหารโดยใส่สายยางให้อาหารทางหน้าท้องนั้น เป็นวิธีที่ง่ายต่อการให้อาหารมากกว่าการใส่สายยางให้อาหารทางจมูก ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยมีอาหารเจ็บและอาจะอาเจียนได้ เนื่องจากต้องใส่สายยางเข้าไปทางจมูก ซึ่งเป็นวิธีที่ทำให้ผู้ป่วยเกิดการระคายเคืองและทรมานมาก เหมาะกับผู้ป่วยที่ไม่รู้สึกตัว หรือ มีปัญหาในการกลืน หรือ รับประทานอาหารเองไม่ได้ สามารถใช้วิธีนี้ได้ทั้งสิ้น โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อการสำลักอาหารเข้าปอด ผู้ป่วยที่ดึงสายให้อาหารทางจมูกบ่อยครั้ง

สำหรับการเตรียมตัวเพื่อใส่สายให้อาหารทางหน้าท้อง ผู้ป่วยจะต้องงดอาหารและน้ำดื่มก่อนทำประมาณ 6 -8 ชั่วโมง งดยาละลายลิ่มเลือด เช่น Plavix Coumadin หรือ Aspirin เป็นเวลา 7 วันก่อนทำการใส่สายหน้าท้อง เพื่อให้สะดวกแก่การให้อาหารทา
สายยางให้อาหารทางหน้าท้อง โดยมีขั้นตอนการทำ ผู้ป่วยจะได้รับยาชาโดยการอมและพ่นในคอ หรือ ให้ยาสลบทางหลอดเลือดดำ หรือ การดมยาสลบแล้วแต่กรณี แพทย์ผู้ทำการรักษาจะใส่กล้องส่องกระเพาะอาหารเข้าไปในปากผ่านหลอดอาหารสู่กระเพาะอาหาร และฉีดยาชาที่หน้าท้องเพื่อเจาะใส่สายให้อาหารซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 30 – 45 นาที ทั้งนี้ผู้ป่วยต้องงดอาหารประมาณ 1 – 3 วันเมื่อแผลเจาะกระเพาะอาหารสมานดี แพทย์จะเริ่มให้อาหารทางหน้าท้อง

ซึ่งถือว่าการให้อาหารทางสายยางบริเวณหน้าท้องจะมีวิธีที่ยุ่งยาก ซับซ้อนเพียงขั้นตอนแรก ซึ่งเรื่องของความสะอาดจะต้องคำนึงเป็นอันดับแรก เพราะแผลที่แพทย์ได้ทำการเจาะอาจจะเกิดการติดเชื้อ จึงต้องดูแลรักษาแผลอย่างถูกต้องและสะอาดมากที่สุด หลังจากนั้นในระยะ 1 – 2 สัปดาห์แรกหลังใส่สายให้อาหารทางหน้าท้อง ควรทำความสะอาดแผลรูเปิดและใต้แป้นสายสวน โดยวิธีปราศจากเชื้อ โดยใช้น้ำยาเบตาดีน หรือ 70% แอลกอฮอล์ และปิดผ้าก๊อซปราศจากเชื้อ วันละ 2 ครั้ง (เช้า – เย็น) และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หรือพยาบาลอย่างเคร่งครัด เพื่อเลี่ยงการติดเชื้อ ต่อมาเมื่อแผลแห้งดีแล้ว ให้ใช้น้ำเกลือล้างแผล หรือ น้ำต้มสุก ทำความสะอาดแผลและใต้แป้นสายสวนให้สะอาด เช็ดให้แห้ง และปิดผ้าก๊อซไว้

ผู้ป่วยสามารถอาบน้ำได้ตามปกติ (ยกเว้นมีข้อห้ามจากแพทย์) และทำความสะอาดแผลตามปกติ (ถ้าขอบแผลอักเสบยังไม่ควรอาบน้ำ) การดูแลสายยางให้อาหารถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ควรทำความสะอาดสายให้อาหารด้านนอกและข้อต่อด้วยสบู่และน้ำสะอาด ส่วนสายสวนชนิดระดับผิวหนังใช้ไม้พันสำลีชุบน้ำสะอาดเช็ด ไม่ควรหักหรือพับงอสายให้อาหารนานเกินไป อาจทำให้สายแตกหักหรือพับงอ ทำให้เกิดการอุดตันได้ กรณีที่ผู้ป่วยใช้สายให้อาหารทางหน้าท้องชนิดลูกโป่ง ควรหมั่นตรวจสอบว่าตำแหน่งของสายที่ระดับผิวหนังอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง

เนื่องจากสายอาจเลื่อนเข้าไปในกระเพาะมากเกินไป ต้องดูแลให้ระดับบ่าท่อที่อยู่ทางหน้าท้องอยู่ที่ขีด 6 เซนติเมตร และควรหมุนตัวสายทุก 2 – 3 วัน เพื่อป้องกันการฝังตัวของหัวเปิดในช่องกระเพาะอาหาร ไม่ควรใช้อาหารที่มีความร้อนเพราะจะทำให้อายุการใช้งานน้อยลง ซึ่งปกติจะใช้ได้นาน 6 – 8 เดือน ทั้งนี้ควรเปลี่ยนสายทุก 6 เดือน หรือเมื่อมีสายบวม หมดสภาพ ต้องทำความสะอาด ปาก ลิ้น และฟัน ของผู้ป่วยทุกวันถึงแม้จะไม่ได้ให้อาหารทางปาก ถ้าผู้ป่วยสามารถบ้วนปากได้ควรให้บ้วนปากบ่อยๆ เพื่อป้องกันมิให้ปากแห้งและป้องกันการติดเชื้อด้วย

หน้า: [1] 2 3 ... 16