ผู้เขียน หัวข้อ: การให้อาหารสายยาง ใส่สายยางอยู่ในร่างกายนานๆจะเกิดข้อเสียอะไรหรือไม่  (อ่าน 2 ครั้ง)

siritidaphon

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 619
  • เว็บลงโฆษณาฟรี ประกาศขายสินค้าออนไลน์ ซื้อขายแลกเปลี่ยน
    • ดูรายละเอียด
การให้อาหารสายยาง ใส่สายยางอยู่ในร่างกายนานๆจะเกิดข้อเสียอะไรหรือไม่

การใส่สายยางให้อาหารทิ้งไว้ในร่างกายนานๆ (Long-term Tube Feeding) แม้จะเป็นวิธีที่ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารครบถ้วน แต่การมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในร่างกายเป็นเวลานานย่อมส่งผลกระทบและเกิดข้อเสียได้หลายด้านครับ

ผมสรุปข้อเสียและภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยแบ่งตามประเภทของสาย ดังนี้ครับ:

1. ผลกระทบต่ออวัยวะที่สัมผัสสาย (ทางจมูก - NG Tube)

การใส่สายผ่านรูจมูกนานๆ มักเกิดปัญหาในจุดที่สายพาดผ่าน:

แผลกดทับ (Pressure Ulcers): ผนังจมูกหรือปีกจมูกอาจเกิดแผลจากการที่สายยางกดทับนานๆ หากไม่หมั่นเปลี่ยนตำแหน่งติดพลาสเตอร์

เนื้อเยื่ออักเสบ: สายยางอาจทำให้เกิดการระคายเคืองในโพรงจมูก คอหอย และหลอดอาหาร นำไปสู่ภาวะ ไซนัสอักเสบ (Sinusitis) หรือหลอดอาหารอักเสบได้

สายยางแข็งตัว: เมื่อสายยางสัมผัสกับกรดในกระเพาะนานๆ (เกิน 2-4 สัปดาห์) เนื้อยางจะเริ่มแข็งและกรอบ ทำให้ระคายเคืองกระเพาะมากขึ้นและเสี่ยงต่อการหักหรืออุดตัน


2. ผลกระทบต่อระบบทางเดินอาหารและร่างกาย

หูรูดกระเพาะอาหารทำงานลดลง: การมีสายพาดผ่านหูรูดระหว่างหลอดอาหารและกระเพาะอาหาร ทำให้หูรูดปิดไม่สนิท ส่งผลให้ กรดหรืออาหารไหลย้อน (Reflux) ขึ้นมาได้ง่าย เพิ่มความเสี่ยงปอดอักเสบ

การติดเชื้อ: หากรักษาความสะอาดไม่ดีพอ แบคทีเรียอาจสะสมที่ตัวสาย (Biofilm) และเข้าไปสู่ร่างกายได้

ภาวะขาดการกระตุ้นการเคี้ยวกลืน: เมื่อไม่ได้ใช้ปากและลิ้นนานๆ กล้ามเนื้อที่ใช้ในการกลืนจะเริ่มฝ่อ (Atrophy) ทำให้การฝึกกลับมาทานอาหารปกติทำได้ยากขึ้น


3. ผลกระทบต่อทางหน้าท้อง (PEG Tube)

แม้จะสบายกว่าสายทางจมูก แต่หากใส่นานๆ ก็มีข้อควรระวัง:

ปัญหาผิวหนัง: ผิวหนังรอบรูเปิดอาจอักเสบแดง (Granulation tissue) หรือมีการรั่วซึมของน้ำย่อยออกมาซัดผิวหนัง

ภาวะ Buried Bumper Syndrome: คือภาวะที่ตัวล็อกด้านในกระเพาะอาหารถูกเนื้อเยื่อเจริญเติบโตมาคลุมทับ เนื่องจากไม่ได้มีการหมุนหรือขยับสายเป็นเวลานาน


4. ผลกระทบด้านจิตใจและคุณภาพชีวิต

ความรู้สึกไม่สบายตัว: ผู้ป่วยอาจรู้สึกรำคาญ เสียความมั่นใจ หรือรู้สึกหดหู่ที่ต้องมีสายติดตัวตลอดเวลา

การสูญเสียอรรถรส: ผู้ป่วยไม่ได้สัมผัสรสชาติ กลิ่น และผิวสัมผัสของอาหารทางปาก ซึ่งเป็นสุนทรียภาพอย่างหนึ่งของการใช้ชีวิต

📊 ตารางสรุป: สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังเมื่อใส่สายนานๆ

อาการที่ต้องสังเกต                       สิ่งที่ต้องทำ ✅

รูจมูกแดง/มีแผล   เปลี่ยนที่ติดพลาสเตอร์ทุก 1-2 วัน และทายาตามแพทย์สั่ง
ท้องอืดบ่อย           เช็กว่ามีลมเข้ามากไปไหม หรืออาหารย่อยช้าลงหรือไม่
เจ็บคอ/ระคายเคือง   ทำความสะอาดช่องปากบ่อยๆ และจิบน้ำ (หากแพทย์อนุญาต)
สายแข็ง/สีเปลี่ยน   ถึงเวลาต้องเปลี่ยนสายเส้นใหม่ (ปกติ NG ทุก 1 เดือน / PEG ทุก 6-12 เดือน)